| การทาสีพื้นผิวผนังปูนภายนอก |
1. ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว
1.1 ขัดล้างทำความสะอาดพื้นผิวทั้งหมดด้วยน้ำสะอาด โดยใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง(แรงดันประมาณ
150 180 บาร์) หรือขัดล้างทำความสะอาดด้วยแปรงขนแข็ง(ห้ามใช้แปรงขนโลหะขัดล้างพื้นผิว) หรือ หากบริเวณใดขัดล้างด้วยน้ำไม่สะดวก ให้ใช้การเช็ดถู ด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เพื่อขจัดคราบเขม่า / ผงสี /
ฝุ่นสี แล้วทิ้งไว
้ให้แห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
1.2 ผนังส่วนที่เป็นคราบเชื้อรา ตะใคร่น้ำ ใช้น้ำยาซักผ้าขาว โดยผสมน้ำอัตราส่วน 1 : 5 เช็ดทำความ
สะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทา
น้ำยาฆ่าเชื้อรา แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง
1.3 กรณีฟิล์มสีเก่าเสียหายมาก (หลุดล่อน / ปริบวม / ร่วนเป็นฝุ่น) ให้ทำการขูดลอกฟิล์มสีที่เสียหาย
ออกให้หมด โดยใช้เกรียงเหล็ก
1.4 ผนังส่วนที่มีรอยแตกร้าวขนาดเล็ก (HAIR-LINE CRACK) , (รอยร้าวขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร)
และการยืดเกาะของปูนฉาบยังอยู่ในสภาพดี ให้ทำการอุดโป๊วด้วยวัสดุประเภท ACRYLIC FILLER
แล้วทำการขัดผิวให้เรียบกลมกลืนกับบริเวณรอบๆ (ห้ามใช้ผงยิปซั่มอุดโป๊ว)
1.5 ผนังส่วนที่มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ (รอยร้าวขนาดใหญ่กว่า 3 มม.) และการยืดเกาะของปูนฉาบ
อยู่ในสภาพดีให้ทำการอุดโป๊วด้วยวัสดุประเภท POLYURETHANE SEALANT ที่มีคุณสมบัติ
ยืดยุ่น ช่วยให้พื้นผิวยึดเกาะกันได้ดี
1.6 ผนังส่วนที่มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ ปูนฉาบไม่ยึดติดกับผนังปูนก่อให้สกัดพื้นผิวปูนฉาบบริเวณนั้น
ออกให้หมด แล้วทำการฉาบแต่งพื้นผิวใหม่ให้กลมกลืนกับพื้นผิวบริเวณรอบๆ (ทิ้งไว้ให้ผนังปูน ฉาบใหม่
่แห้งสนิทอย่างน้อย 7 วัน ก่อนดำเนินการทาสีต่อไป)
2. ขั้นตอนการทาสี
2.1 ทาสีรองพื้นปูนเก่า จำนวน 1 เที่ยว (ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง)
2.2 ทาสีทับหน้า (สีจริง) ด้วยสีน้ำอะครีลิค จำนวน 2 เที่ยว (ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนทาสีเที่ยวต่อไป)
|
|
| การทาสีพื้นผิวผนังปูนภายใน |
1. ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว
1.1 ขัดทำความสะอาดพื้นผิว เพื่อขจัดคราบเขม่า / ผงสี / ฝุ่นสี ออกให้หมด เพื่อให้สีใหม่ยึดเกาะได้ทนนาน
1.2 ผนังส่วนที่เป็นคราบเชื้อรา ตะใคร่น้ำ ใช้น้ำยาซักผ้าขาว โดยผสมน้ำอัตราส่วน 1 : 5 เช็ดทำความ
สะอาด แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วทา น้ำยา
ฆ่าเชื้อรา แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้แห้ง
1.3 กรณีฟิล์มสีเก่าเสียหายมาก ( หลุดล่อน / ปริบวม / ร่วนเป็นฝุ่น ) ให้ทำการขูดลอกฟิล์มสีที่เสียหาย
ออกให้หมด โดยใช้เกรียงเหล็ก
1.4 ผนังส่วนที่มีรอยแตกร้าวขนาดเล็ก ( HAIR-LINE CRACK ) , ( รอยร้าวขนาดเล็กกว่า 3 มิลลิเมตร )
และการยืดเกาะของปูนฉาบยังอยู่ในสภาพดี ให้ทำการอุดโป๊วด้วยวัสดุประเภท ACRYLIC FILLER
แล้วทำการขัดผิวให้เรียบกลมกลืนกับบริเวณรอบๆ ( ห้ามใช้ผงยิปซั่มอุดโป๊ว )
1.5 ผนังส่วนที่มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ ( รอยร้าวขนาดใหญ่กว่า 3 มม. ) และการยืดเกาะของปูนฉาบ
อยู่ในสภาพดีให้ทำการอุดโป๊วด้วยวัสดุประเภท POLYURETHANE SEALANT ที่มีคุณสมบัติยืดยุ่น
ช่วยให้พื้นผิวยึดเกาะกันได้ดี
1.6 ผนังส่วนที่มีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่ ปูนฉาบไม่ยึดติดกับผนังปูนก่อให้สกัดพื้นผิวปูนฉาบบริเวณนั้น
ออกให้หมด แล้วทำการฉาบแต่งพื้นผิวใหม่ให้กลมกลืนกับพื้นผิวบริเวณรอบ ๆ ( ทิ้งไว้ให้ผนังปูน ฉาบ
ใหม่แห้งสนิทอย่างน้อย 7 วัน ก่อนดำเนินการทาสีต่อไป )
2. ขั้นตอนการทาสี
2.1 ทาสีรองพื้นปูนเก่า จำนวน 1 เที่ยว ( ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง )
2.2 ทาสีทับหน้า ( สีจริง ) ด้วยสีน้ำอะครีลิค จำนวน 2 เที่ยว ( ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนทาสีเที่ยวต่อไป )
|
|
| ขั้นตอนการทาสีพื้นผิวเหล็ก |
1. ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว
1.1 กรณีที่ฟิล์มสีเก่าเสียหายไม่มากหรือมีคราบสนิมขึ้นบางจุดให้ขจัดคราบสนิมและฟิล์มสีบริเวณนั้น
ออกโดยใช้กระดาษทราย ส่วนบริเวณที่ฟิล์มสีเดิมยังอยู่ในสภาพดี ให้ขัดลูบด้วยกระดาษทรายจนฟิล์ม
สีมีความหยาบ ทำความสะอาดบริเวณที่ขัดด้วยกระดาษทราย แล้วจึงทำการทาสีต่อไป
1.2 กรณีที่ฟิล์มสีเก่าเสียหายมาก ( ผิวด้าน / ปริล่อน / ร่วนเป็นฝุ่น ) ให้ทำการลอกฟิล์มสีเดิมที่เสียหาย
ออกให้หมดโดยใช้น้ำยาลอกสี ( PAINT REMOVER ) แล้วล้างคราบน้ำยาลอกสีออกให้หมด จากนั้นจึง
ขัดพื้นผิวด้วยกระดาษทราย ทำความสะอาดบริเวณที่ขัดด้วยกระดาษทราย แล้วจึงทำการทาสีต่อไป
( ไม่ควรปล่อยให้ผิวโลหะเหล็กที่ทำความสะอาดแล้ว สัมผัสกับอากาศ / ความชื้น นานเกินไป ควรทาสี
รองพื้นในที่ที่เตรียมพื้นผิวเสร็จ )
2. ขั้นตอนการทาสี
2.1 ทาสีรองพื้นกันสนิม ( บริเวณที่เป็นสนิม ) จำนวน 1 เที่ยว ( ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง )
2.2 ทาสีทับหน้า ( สีจริง ) ด้วยสีน้ำมัน จำนวน 2 เที่ยว ( ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 8 ชั่วโมง )
|
|
| ขั้นตอนการทาสีพื้นผิวไม้ |
ขั้นตอนการทาสีพื้นผิวไม้
1. ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว
1.1 กรณีที่ฟิล์มสีเก่า เสียหายไม่มาก ฟิล์มสีทั่วไปยังอยู่ในสภาพดี ให้ขัดลูบด้วยกระดาษทรายจนฟิล์มสีมี
ความหยาบ แล้ว จึงทำการทาสีต่อไป
1.2 กรณีที่ฟิล์มสีเก่าเสียหายมาก ( ผิวด้าน / ปริล่อน / ร่วนเป็นฝุ่น ) ให้ทำการลอกฟิล์มสีเดิมที่เสียหาย
ออกให้หมดโดยใช้น้ำยาลอกสี ( PAINT REMOVER ) แล้วล้างคราบน้ำยาลอกสีออกให้หมด จากนั้นจึง
ขัดพื้นผิวด้วยกระดาษทรายจนฟิล์มสีมีความหยาบ แล้วจึงทำการทาสีต่อไป
2. ขั้นตอนการทาสี
2.1 ทาสีรองพื้นไม้กันเชื้อรา(บริเวณที่เป็นเชื้อรา) จำนวน 1 เที่ยว (ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 6 ชั่วโมง )
2.2 ทาสีทับหน้า ( สีจริง ) จำนวน 2 เที่ยว ( ทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 8 ชั่วโมง )
|
|